วันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ความเป็นมาของคดี สมยศ พฤกษาเกษมสุข




หลังจากที่ตกเป็น 1 ใน 83 ราย ผู้ต้องสงสัยทำธุรกรรมท่อน้ำเลี้ยงหนุนกลุ่มเสื้อแดง เมื่อวานก็เป็นคิวของบรรณาธิการบริหารนิตยสาร วอยซ์ ออฟ ทักษิณ อย่างนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ที่ต้องเดินทางไปเข้าพบเจ้าหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เพื่อชี้แจงทำธุรกรรมทางการเงินย้อนหลัง 9 เดือน ตามคำสั่งของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)


ทั้งนี้ เจ้าตัวได้นำบัญชีเงินฝากส่วนตัว 4 บัญชี ไปชี้แจงยืนยันว่า ตนไม่เกี่ยวข้องท่อน้ำเลี้ยง ไม่เคยบริจาคเงินให้การชุมนุม เท่านั้นยังไม่พอ นายสมยศยังประกาศลั่นว่า "หาก ศอฉ. จับผิดผมได้ ก็ยินดีให้ประหารชีวิต แต่ถ้าบริสุทธิ์ ก็ขอท้าเดิมพันความรับผิดชอบทางศีลธรรม" เห็นนายสมยศยืนยันในคำพูดขนาดนี้

ตม.สระแก้ว รวบ"สมยศ พฤษาเกษมสุข"แกนนำนปช.คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ขณะเดินทางไปเขมรที่ด่านพรมแดนอรัญ ประเทศ เจ้าตัวอ้างไม่ทราบว่าต้องคดี พร้อมสู้ตามกระบวนการ

(30เม.ย.) เวลา 13.40 น. ขณะที่ พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม.จว.สระแก้ว และ ร.อ.ชาญ ว่องไวเมธี ผบ.ร้อย ทพ.1206 ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา ได้สนธิกำลังตั้งจุดตรวจ บริเวณจุดตรวจร่วมหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ก็ได้รับแจ้งจาก พ.ต.ท.หญิงสุภาพ ศรีสุข สว.ตม.จว.สระแก้ว ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่จุดตรวจขาออก ด่านตม.อรัญประเทศ ว่า พบชายต้องสงสัยคาดว่าจะเป็นนายสมยศ พฤษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม นปช.ที่ดีเอสไอ  แจ้งข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและศาลอนุมัติออกหมายจับ กำลังจะเดินทางออกไปกัมพูชา
 เจ้าหน้าที่จึงแจ้งให้นายสมยศ ทราบว่ามีหมายจับคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จึงขอเชิญตัวไปสอบถามเบื้องต้นที่ห้องสอบสวน จุดตรวจ ตม.สระแก้ว โดย จนท.ตม.ได้แจ้งไปยังดีเอสไอ เพื่อมารับตัวนายสมยศไปดำเนินคดีต่อไป
 นายสมยศ พฤษาเกษมสุข แกนนำ นปช.กล่าวว่า มีอาชีพทำธุรกิจทัวร์ท่องเที่ยวไปกัมพูชาและเดินทางไปกัมพูชาเป็นประจำ ซึ่งตนไม่รู้ว่าถูกตั้งข้อกล่าวหาคดี 112 (อาฆาตมาดร้ายและหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์) ถ้าตนรู้ว่าถูกแจ้งข้อหานี้ก็คงไปมอบตัวสู้คดีแล้ว เมื่อถูกแจ้งข้อหาก็ไม่คิดหลบหนีใดๆและพร้อมที่จะสู้คดีตามขั้นตอน
ด้าน นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ ) เปิดเผยว่า วันนี้(30 เม.ย.) พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.ส่วนสืบสวนสะกดรอย ของดีเอสไอ เข้าจับกุมนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย และแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ที่ได้กระทำผิดในคดีต่อความมั่นคงของรัฐ ด้วยการล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งมีลักษณะการกระทำผิดเป็นเครือข่ายโดยใช้เครื่องมือสื่อสารทางอินเตอร์ เน็ต


 ขณะที่พ.ต.ท.พงศ์พร ยอมรับว่าดีเอสไอได้นำหมายจับคดีพิเศษคือหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเข้าทำการจับกุมตัวนายสมยศที่ด่านตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ขณะที่
นายสมยศกำลังจะเดินทางออกนอกประเทศ แต่เนื่องจากนายสมยศ ถูกขึ้นบัญชีดำ(แบล็คลิสต์)ในข้อมูลของตม.จึงมีการประสานงานร่วมกัน ทั้งนี้ดีเอสไอจะนำตัวนายสมยศ ให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาและสอบปากคำที่ดีเอสไอ ในช่วงค่ำวันนี้ (30 เม.ย.)และจะนำตัวส่งศาลในวันจันทร์ที่ 2 พ.ค.นี้


21 พ.ย.54 ที่ศาลจังหวัดสระแก้ว มีการสืบพยานโจทก์ปากแรกในคดีนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาฯ และ บก.นิตยสาร Voice of Taksin ถูกกล่าวหามีความผิดตามมาตรา 112 โดยศาลได้เบิกตัวจำเลยมาจากเรือนจำสระแก้วเพื่อฟังการสืบพยานซึ่งเป็นเจ้า หน้าที่ตำรวจด่านตรวจคนเข้าเมืองอรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยมีประชาชนคนเสื้อแดงจากกลุ่มต่างๆ เดินทางจากกรุงเทพฯ และจังหวัดสระแก้วมาร่วมให้กำลังใจนายสมยศ และร่วมฟังการพิจารณาคดีประมาณ 40-50 คน รวมทั้งภรรยานายสมยศที่มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดสระแก้ว และเจ้าหน้าที่ชาวต่างชาติจากสหภาพยุโรป (อียู)
ภายหลังการพิจารณาคดีที่เสร็จสิ้น นายสุวิทย์ ทองนวล ทนายความของนายสมยศ ระบุว่า การสืบพยานในวันนี้เป็นประโยชน์ต่อการเตรียมการยื่นประกันตัวนายสมยศอีก ครั้ง ซึ่งจะเป็นครั้งที่เจ็ด เนื่องจากแสดงให้เห็นได้ชัดเจนว่านายสมยศไม่ได้มีเจตนาจะหลบหนีตามที่ดีเอส ไอระบุ ส่วนการสืบพยานในนัดหน้าจะมีขึ้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ นครสวรรค์ สงขลา ตามลำดับ ซึ่งพยานจะเป็นลูกน้องเก่านายสมยศ และประชาชนทั่วไปที่ได้อ่านนิตยสาร Voice of Taksin ที่ผ่านมาทนายจำเลยได้ทำเรื่องคัดค้านการสืบพยานในต่างจังหวัดแล้วแต่ไม่ เป็นผล เนื่องจากเห็นว่าพยานบางปากไม่สำคัญ และเกรงว่าจะเกิดอันตรายแก่จำเลยระหว่างเดินทางโดยเฉพาะในจังหวัดที่มีความ ขัดแย้งทางการเมืองสูง
นายสุวิทย์ยังกล่าวอีกว่า ศาลสระมีคำสั่งส่งตัวนายสมยศต่อไปยังจังหวัดต่างๆ ที่จะมีการสืบพยานเลยโดยที่จะไม่ส่งตัวเข้าเรือนจำกรุงเทพฯ อีก ดังนั้นกว่านายสมยศจะได้กลับกรุงเทพฯ ก็หลังจากเสร็จสิ้นการสืบพยานในต่างจังหวัดราวเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2555


ด้านนายสมยศซึ่งถูกเบิกตัวมาจากเรือนจำในชุดนักโทษและถูกตีตรวน กล่าวว่า ความเป็นอยู่ที่เรือนจำจังหวัดสระแก้วนั้นดีกว่าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในเรื่องอาหาร และสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม เรือนจำที่นี่ยังคงมีสภาพแออัด ผู้ต้องขังล้นเกิน จากปกติรองรับได้ 800 คน ปัจจุบันเพิ่มเป็นเกือบ 2,000 คน โดยในจำนวนนี้เป็นการย้ายหนีน้ำท่วมมาเกือบ 300 คน ทำให้ต้องนอนเบียดเสียดอย่างมาก
สมยศยังเล่าถึงการเดินทางมายังเรือนจำสระแก้วว่า ระหว่างที่มีการเคลื่อนเขาพร้อมผู้ต้องขังจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ที่หนีน้ำท่วมมายังเรือนจำสระแก้ว เมื่อต้นเดือน พ.ย. นั้นรถแน่นมากและเขาต้องยืนตั้งแต่กรุงเทพฯ ถึงสระแก้ว
เมื่อถามถึงกรณีสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ ที่มีข่าวว่าอยากรวมคดีที่มีอยู่หลายจังหวัดเป็นคดีเดียวเพื่อรับสารภาพนั้น ส่งผลต่อการตัดสินใจต่อสู้คดีของสมยศหรือไม่ เขากล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจสู้คดี เนื่องจากเขาเดินมาครึ่งทางแล้ว และเชื่อว่าตนเองไม่ได้กระทำความผิดจึงไม่อาจรับสารภาพได้ ส่วนกรณีของนายสุรชัยนั้นน่าเห็นใจว่าเพราะอายุมากและมีโรคประจำตัว หลายอย่าง


สำหรับการสืบพยานเริ่มต้นขึ้นในเวลาประมาณ 10.10 น. ด.ต.หญิง กนกรักษ์ ตันโลห์ เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เป็นพยานปากแรกของคดีนี้ เบิกความว่า ในวันจับกุมจำเลยคือวันที่ 30 เม.ย.54 เธอได้เข้าเวรตรวจหนังสือเดินทางอยู่อาคารขาออก เวลาประมาณ 13.00 น. นายสมยศได้มายื่นหนังสือเดินทางขอรับการตรวจเพื่อเดินทางไปยังประเทศกัมพูชา เมื่อนำชื่อ หมายเลขบัตรประชาชน เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ พบว่าหน้าจอแสดงผล “บุคคลเป้าหมาย” พร้อมระบุว่ามีหมายจับของศาลอาญา จึงแจ้งหัวหน้าและให้เจ้าหน้าที่สอบสวนของ ตม.ประสานขอหมายจับจากดีเอสไอ
พยานตอบทนายจำเลยถามค้านว่า ด่านข้ามแดนไปกัมพูชานั้นมีด่านกาบเชิงที่จังหวัดสุรินทร์อีกแห่งหนึ่ง และอาจมีที่อื่นๆ อีกกี่แห่งไม่ทราบแต่ไม่เกิน 5 แห่ง ส่วนสถานการณ์ปัจจุบันมีประชาชนชาวกัมพูชาลักลอบข้ามพรมแดนเข้ามาในประเทศ ไทยจำนวนมาก และประชาชนไทยก็ลักลอบข้ามไปยังกัมพูชาจำนวนมากเช่นกัน เพราะพรมแดนระหว่างสองประเทศนั้นโดยส่วนใหญ่เป็นท้องไร่ท้องนาสามารถเดิน ข้ามไปได้ เปรียบเทียบได้กับกรณีของนายวีระ สมความคิด และนางราตรี พิพัฒนาไพบูลย์ ที่ลักลอบเดินข้ามไปยังกัมพูชาโดยไม่ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง อีกทั้งนายสมยศเดินเข้าแถวมาตรวนหนังสือเดินทางเหมือนบุคคลทั่วไป โดยเดินทางมาพร้อมคณะซึ่งเธอทราบอยู่ก่อนแล้วว่าจำเลยเป็นผู้นำนักท่อง เที่ยวไปเที่ยวในประเทศแถบอินโดจีน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทนายจำเลยยังได้นำส่งเอกสารเพิ่มเติมเป็นสำเนาหนังสือเดินทางของนายสมยศต่อ ศาล และนำมาสอบถามกับด.ต.หญิงกนกรักษ์ โดย ด.ต.หญิงกนกรักษ์ได้ยืนยันต่อศาลว่า หนังสือเดินทางนี้เป็นหนังสือเดินทางของนายสมยศที่เธอตรวจที่ด่านอรัญประเทศ เมื่อวันเกิดเหตุ และตามที่ปรากฏในหนังสือเดินทางของนายสมยศ มีการขอวีซ่ากับสถานทูตกัมพูชา 4 ครั้งระหว่างปี 2553-2554 โดยครั้งแรกขอวีซ่าระหว่างวันที่ 2 เม.ย.-2 ก.ค.53 เดินทางจริงวันที่ 3 เม.ย.53 ทางสนามบินสุวรรณภูมิ และกลับจากกัมพูชาวันที่ 5 เม.ย.53 ครั้งที่สอง ขอวีซ่าระหว่างวันที่ 29 ก.ย.-29 ธ.ค.53 เดินทางจริงวันที่ 3 ต.ค.และกลับวันที่ 5 ต.ค. ทางด่านอรัญประเทศ  ครั้งที่สาม ขอวีซ่าระหว่างวันที่ 4 ธ.ค.53-4 ม.ค.54 เดินทางจริงวันที่ 4-6 ธ.ค.53 ผ่านด่านอรัญประเทศ ครั้งที่สี่ไม่มีการตรวจลงตราเพราะจำเลยถูกจับเสียก่อน
พยานยังตอบทนายจำเลยโดยระบุว่า “ตามสัญชาตญาณหากคิดจะหลบหนี หรือรู้ว่าตัวเองมีอะไรอยู่ ก็คงจะไม่ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง”


สืบพยานปากที่ 2 คดีสมยศ พฤกษาเกษมสุข
สืบพยานปากที่ 2 คดีสมยศ พฤกษาเกษมสุข เป็นอดีตเจ้าหน้าที่ธุรการนิตยสาร,อัยการโกรธพยานปากอื่นที่ยังไม่ได้สืบมานั่งฟังด้วย, ศาลไม่อนุญาตส่งจำเลยกลับกทม.ตามขอ เกรงขัดคำสั่งศาลอาญา เตรียมส่งต่อไปนครสวรรค์ สงขลา ทนายหวั่นไปสงขลาอาจอันตราย พื้นที่เห็นต่างทางการเมือง เตรียมนัดลูกความบอยคอตไม่ร่วมฟัง จะบังคับต้องอุ้มไป


เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.54 ที่ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ มีการสืบพยานในคดีของนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข บรรณาธิการนิตยสาร Voice of Taksin ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยในวันนี้เป็นการสืบพยานโจทก์ปากที่สอง คือ นางสาวเบญจา หอมหวาน อดีตเจ้าหน้าที่ธุรการของนิตยสาร Voice of Taksin บรรยากาศการพิจารณาคดีมีผู้สนใจติดตามคดีจนเต็มห้องพิจารณาคดี และยังมีจำนวนหนึ่งรออยู่ด้านล่าง โดยมีทั้งส่วนที่เดินทางมาจากรุงเทพฯ และจากเพชรบูรณ์


ทั้งนี้ นายสมยศ ได้เดินทางมาจากเรือนจำจังหวัดสระแก้วที่มีการสืบพยานโจทก์ปากแรก มายังเรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย.54 และมีกำหนดเดินทางต่อไปยังเรือนจำจังหวัดนครสวรรค์เพื่อสืบพยานนัดต่อไปใน วันที่ 16 ม.ค.55 ก่อนจะไปยังเรือนจำจังหวัดสงขลา
ผู้สื่อข่าวรางานอีกว่า ทนายจำเลยได้ร้องขอให้ศาลเพชรบูรณ์ส่งตัวนายสมยศไปยังเรือนจำจังหวัด กรุงเทพฯ เนื่องจากพยานปากต่างๆ ที่จะนำสืบนั้นมีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัดก็จริง แต่ทำงานและพักอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ แต่ศาลไม่อนุญาตโดยชี้แจงว่าเป็นคำสั่งของศาลอาญา หากสั่งเป็นอย่างอื่นจะเป็นการขัดแย้งกัน
นายสุวิทย์ ทองนวล ทนายจำเลยกล่าวว่า การตระเวนสืบพยานในต่างจังหวัดเสมือนเป็นการกลั่นแกล้งจำเลยให้พบความยาก ลำบากในการเดินทาง และห่างไกลญาติมิตรรวมทั้งตัดโอกาสในการหารือคดีกับทนายความ ทั้งที่พยานจำนวนมากอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ พยานที่สืบวันนี้ภูมิลำเนาจริงก็อยู่จังหวัดนครสวรรค์ไม่ใช่เพชรบูรณ์ นอกจากนี้ยังจะมีการนำสืบประชาชนทั่วไปที่อ่านหนังสือเล่มนี้ในจังหวัดสงขลา ทำให้กังวลเรื่องความปลอดภัยของจำเลยมาก เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความเห็นทางการเมืองค่อนข้างแตกต่างจากกลุ่มคน เสื้อแดง เกรงว่านายสมยศอาจได้รับอันตรายเมื่อย้ายเข้าไปอยู่ในเรือนจำจังหวัดสงขลา จึงได้หารือกับลูกความว่าจะขอศาลไม่ไปฟังการสืบพยานที่นั่น
“เรียกง่ายๆ ว่าจะบอยคอตเลย ยังไงก็ไม่ไป จะบังคับให้ไป ก็ต้องลาก ต้องอุ้มไป” ทนายจำเลยกล่าว
สำหรับเนื้อหาโดยสรุปของการสืบพยานนั้น พยานโจทก์เบิกความว่า ปัจจุบันเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง และเคยเป็นเจ้าหน้าที่ของนิตยสารดังกล่าวตั้งแต่ช่วงที่นายประแสง มงคลสิริ เป็นบรรณาธิการบริหารนิตยสารฉบับนี้ และต่อมาได้เปลี่ยนเป็นนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข โดยทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่บอกรับสมาชิกและจัดส่งหนังสือแก่สมาชิกนิตยสาร ซึ่งมีเกือบ 1 พันราย อีกทั้งยังมีหน้าที่เช็คอีเมล์ และเซฟหรือปริ๊นท์บทความต่างๆ ที่มีคนส่งมาให้นายสมยศ โดยไม่รู้ว่านายสมยศจะได้แก้ไขบทความต่างๆ หรือไม่ และเคยเห็นผู้ส่งที่มีนามว่า จิตร พลจันทร์ ส่งบทความที่เป็นคดีนี้มาตีพิมพ์จริง และได้ยินเพื่อนร่วมงานพูดกันว่าจิตร พลจันทร์ คือนามปากกาของนายจักรภพ เพ็ญแข
พยานโจทก์ตอบทนายจำเลยซักค้านว่า เรื่องนายจักรภพคือจิตร พลจันทร์ ไม่ทราบจริงเท็จแค่ไหน เพราะฟังเพื่อนร่วมงานพูด แต่ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเห็นนายจักรภพมาที่ทำงาน สำหรับทบความของจิตร พลจันทร์ นั้นเคยเห็นลงในนิตยสารหลายครั้ง แต่จะเป็นการลงต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยนายประแสงเป็นบรรณาธิการหรือไม่ ไม่ทราบ และไม่ทราบว่าดีเอสไอเรียกนายประแสงไปสอบด้วยหรือไม่ ส่วนนายสมยศก็เคยเขียนบทความลงนิตยสารเช่นกันแต่จะใช้ชื่อนามสกุลจริง นอกจากนี้ยังยืนยันว่าจำไม่ได้แน่ชัดว่านายสมยศเข้ามาทำหน้าที่บรรณาธิการ ตั้งแต่ฉบับไหน ซึ่งขัดกับที่ให้การกับดีเอสไอที่มีการระบุฉบับไว้อย่างชัดเจน แต่พยานยืนยันว่าเป็นเพียงการประมาณการเพราะจำไม่ได้ ทั้งนี้ พยานได้รับหมายจากดีเอสไอเนื่องจากมีชื่ออยู่ในหนังสือด้วย และได้ไปให้การไว้สองครั้งในวันที่ 27 ธ.ค.53 และ 27 พ.ค.54
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างพักการสืบพยานในช่วงครึ่งวันแรก ทนายจำเลยได้แจ้งศาลว่าพยานโจทก์อีกปากหนึ่งซึ่งยังไม่ได้นำสืบได้เข้ามาฟัง การพิจารณาคดีด้วย ซึ่งเป็นการผิดหลักกระบวนพิจารณา ศาลจึงเรียกพยานคนดังกล่าวมาซักถามได้ความว่านั่งฟังอยู่ราว 30 นาทีแล้ว จากนั้นในช่วงบ่ายอัยการกำหนดให้ทุกคนที่เข้าฟังการพิจารณาคดีต้องแจ้งชื่อ กับอัยการเนื่องจากเกรงว่าจะมีพยานรายอื่นเข้ามานั่งฟังการสืบพยานอีก ต่อมาเมื่อการสืบพยานเสร็จสิ้น อัยการได้แถลงว่าเนื่องจากมีคนมานั่งฟังคดีจำนวนมากทำให้ไม่สามารถรู้ได้ว่า ใครเป็นใคร อีกทั้งพยานโจทก์ปากต่างๆ อัยการก็ไม่รู้จักหน้าตา เนื่องจากเป็นคดีที่ถูกส่งต่อมาจากส่วนกลาง แต่ทนายจำเลยรู้จักพยานดี ขอให้ศาลบันทึกไว้ด้วย ด้านทนายจำเลยแถลงต่อว่า เพิ่งเห็นพยานโจทก์รายอื่นตอนเดินออกจากห้องพิจารณาคดี ไม่ใช่ว่าเห็นตั้งแต่แรกแล้วไม่แจ้ง นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอเป็นผู้คุมพยานปากที่นำสืบในวันนี้มายังศาลเอง การมาของพยานปากอื่นไม่เกี่ยวกับจำเลยแต่อย่างใด
นาย Phee Jung-Sun ผู้ประสานงานสหพันธ์แรงงานนานาชาติอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ พลังงาน เหมืองแร่ และคนงานทั่วไป (ICEM) ที่ประเทศสวิซเซอร์แลนด์ ซึ่งเดินทางมารับฟังการสืบพยานด้วย กล่าวว่า เคยทำงานกับสมยศในเรื่องแรงงานมาเกือบ 20 ปี ยืนยันว่าเขาเป็นบุคคลที่ยึดถือหลักการประชาธิปไตยมาก การมาในครั้งนี้เป็นไปเพื่อสังเกตการณ์การพิจารณาคดี เพื่อนำไปเขียนรายงานให้กับเครือข่ายองค์กรแรงงานสากลที่สนใจติดตามเรื่อง นี้ ซึ่งไม่เฉพาะกรณีของสมยศ แต่กับทุกกรณีที่เกี่ยวพันกับมาตรา 112 และกำลังหารือกันว่าจะยื่นเรื่องต่อสหประชาชาติถึงการละเมิดหลักเสรีภาพใน การแสดงความคิดเห็นในประเทศไทย โดยเฉพาะกับสมยศซึ่งเป็นสื่อมวลชนด้วย หลักเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเป็นหลักสากล ทุกคนได้รับอนุญาตให้แสดงความคิดเห็นของตนเองตราบเท่าที่ไม่ก่อให้เกิดความ รุนแรง เพื่อนในญี่ปุ่นก็ยังสามารถวิจารณ์จักรพรรดิได้ เพื่อนในมาเลเซียก็สามารถวิจารณ์รัฐบาลและระบบการเมืองได้ น่าเสียดายที่รัฐไทยเลือกใช้วิธีการเช่นนี้กับประชาชน ซึ่งจะส่งผลยิ่งทำให้ประเทศไทยถูกจับตามากขึ้นจากนานาชาติ โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มอียูที่ติดตามเรื่องนี้อย่างจริงจัง


ชื่อ - นามสกุล : สมยศ พฤกษาเกษมสุข


วันเดือนปีเกิด : 20 กันยายน 2504


การศึกษา และดูงาน :มหาวิทยาลัยรามคำแหง


ตำแหน่งปัจจุบัน :บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไทยเรดนิวส์ และวอยว์ออฟทักษิณ


การทำงาน และตำแหน่งหน้าที่ :


- ประธานสหภาพพันธมิตรแรงงานประชาธิปไตย


- คนคุมแรงงานมาเคลื่อนไหวเรียกร้องกับรัฐบาล


- ตัวแทนพันธมิตรสหภาพแรงงานประชาธิปไตย 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น