วันพุธที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2554

คำหล้า ชมชื่น ทหารหาว่าเขาปล้นปืนจำคุก10ปี




ตำรวจพบของกลางปืนเอ็ม16 ที่กลุ่มนปช.ยึดมาจากทหารที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดงหลังผู้ต้องหารับสารภาพ
29 พ.ค. 53 : เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลยึดปืนเอ็ม 16 เอ 1 หมายเลขทะเบียน 9580450 ระบุอักษร บก.252 ที่ตตรวจค้นได้เพิ่มเติมจากวัดปทุมวนาราม โดยปืนกระบอกดังกล่าวเป็นกระบอกเดียวกันกับที่ นายทหารสังกัด กรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ เข้าแจ้งความว่าถูกกลุ่มนปช. ยึดไปเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ที่ผ่านมา
พลตำรวจตรี สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันว่าปืนกระบอกนี้เป็นปืนที่ปรากฏในภาพข่าวว่ามีนายคำหล้า ชมชื่นและเพื่อน อีก2 คนใช้ ก่อเหตุในช่วงหลังวันที่ 14 พฤษภาคม จึงมีการออกหมายจับตามภาพข่าวดังกล่าว
นายคำหล้า ชมชื่นถูกจับกุมใน ข้อหา ปล้นทรัพย์โดยถูกจับพร้อม ของกลางหมวกกันน็อกสีดำมีอักษร ares และเสื้อยืดคอกลมสีดำ ที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุ
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ช่วงเย็นวันที่ 14 พฤษภาคม ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ชุมนุมรวมตัวอยู่บริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดง ล้อมรถบรรทุกของทหารทุบรถ และทำร้ายทหาร จากนั้นก็ยึดอาวุธปืนเอ็ม 16 หลบหนีไป โดยสื่อมวลชนบันทึกภาพผู้ที่ก่อเหตุไว้ได้ชัดเจน สอบสวนนาย คำหล้า รับสารภาพว่า นำปืนไปทิ้งคลองสามเสน หลังโรงแรมเซ็นจูรี่ปาร์ค ถนนราชปรารภ ใกล้ที่เกิดเหตุ หลังตรวจสอบแล้วก็ไม่พบปืนแต่อย่างใด จนพบปืนกระบอกนี้ ถูกม้วนเก็บไว้ในเสื่อบริเวณลานจอดรถของวัดปทุมวนาราม 

จดหมายจากคน (คุก) รักทักษิณ: FORGIVE AND 'FORGET’ ? (1)

หลัง การเผยแพร่ ‘จดหมายจากทักษิณ’ ฉบับล่าสุด ‘ประชาไท’ เป็นตัวกลางนำเสนอ ‘จดหมายถึงทักษิณ’  ที่เขียนขึ้นก่อนหน้านี้โดยผู้ต้องขังเสื้อแดงที่โดนคดีตั้งแต่ปีที่แล้ว และยังอยู่ในเรือนจำจนปัจจุบัน ‘คำหล้า ชมชื่น’

หมายเหตุ กองบรรณาธิการได้รับจดหมายชุดนี้มาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2554 โดยในการนำเผยแพร่ได้คงตัวหนังสือไว้ตามต้นฉบับจริง แต่จัดย่อหน้าใหม่เพื่อความสะดวกในการอ่าน
คดี ของนายคำหล้า ชมชื่น ศาลนัดสืบพยานจำเลยอีกครั้งในวันที่ 28 พ.ย.นี้ ที่ห้อง 811 ศาลอาญา ถนนรัชดา โดยในคำฟ้องในเว็บไซต์ศาลอาญาระบุว่า เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2553 เวลากลางวัน จำเลยกับพวกอีก 3 คน ร่วมกันปล้นทรัพย์ อาวุธปืนเล็กกล (M16) ขนาด .223 (5.56 มม.) 2 กระบอก ราคากระบอกละ 16,031 บาท ซองกระสุน 6 ซอง  ราคา 2,280 บาท และกระสุนปืนขนาด 5.56 มม. 100 นัด  ราคา 950 บาทของกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ผู้เสียหายซึ่งอยู่ในความครอบครองของ จ.ส.อ.สอน  แก่นทน, จ.ส.อ.ทวี ภูดินดาน  และ ส.ต.วิรัตน์ ศรีหาสารไปโดยทุจริต โดยจำเลยกับพวกได้ร่วมกันใช้กำลังประทุษร้าย จนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายแก่กายเหตุเกิดที่แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340,ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาอาวุธปืน, ซองกระสุน และกระสุนปืน 19,261 บาท  แก่ผู้เสียหายด้วย

เรื่อง ขอความเมตตาและความเป็นธรรมเพื่อพี่น้องเสื้อแดงที่ถูกคุมขัง
เรียน พณฯ ท่านนายก ทักษิณ ชินวัตรน์

ข้าพเจ้า ซื่อ นาย คำหล้า ชมชื่น เลขหมาย 2278/53 คดีปล้นปืนทหาร อายุ 37 ปี XXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXX (ประชาไทขอปิดที่อยู่ผู้เขียนจดหมาย) ประ วัตโดยก่อนเขาร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดง ข้าพเจ้าทำงานสำนักงานการระบายน้ำของ ก.ท.ม. เป็นลูกจ้างประจำ พอหมดเวลาราชการ กระผมก็ได้ใช้เวลาว่างขับรถมอเตอร์ไซด์รับจ้างเพื่อหาลายได้เสิรมเพื่อช่วย เหลือครอบครัวอีกด้านหนึ่ง 
และ มีอยู่วันหนึ่งผมได้ขับรถไปส่งผู้โดยสารได้เห็นกลุ่มคนเสื้อแดงของ สถานีวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ที่ถนนวิภาวดีซอย 3  ผมจึงได้จอดรถถามผู้ชุมนุมว่าเกิดอะไรขึ้น เขาบอกว่า มีกลุ่มพันธมิตรจะมาปิดสถานีวิทยุ ผมจึงมาช่วยอีกแรงหนึ่ง เพราะเห็นการกระทำที่ผ่านมาไม่ถูกต้อง ผมจึงต้องออกมาชุมนุมกับคนเสื้อแดงด้วย เพราะได้เห็นเหตุการ ในวันที่ผมเขาร่วมชุมนุมมีกลุ่มพันธมิตรได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่คนเสื้อแดง แล้วผมก็ร่วมชุมนุมมาโดยตลอดมาจนเกิดเหตุ เมื่อปี 2552 เดือนเมษายนและปี 2553 เมษายนและพฤษภาคมปี 2553
ก่อนที่ผมจะถูกจับกุมเมื่อเดือนพฤษภาคม วันที่ 14 พฤษภาคมผมไปรวมชุมนุมกับคนเสื้อแดงที่แยกสามเหลี่ยมดินแดง พอมาถึงได้สักพักใหญ่ๆ ก็มีรถทหารวิ่งผ่านมาทางสามเหลี่ยมดินแดง มีทหารอยู่บนด้วยกันสามคน แต่มีอยู่คนหนึ่งอยู่หลังรถและมีอาวุประจำกายปืนเอ็มสิบหกหนึ่งกระบอก และได้ยกปืนใส่ผมตอนที่ผมเดินไปดูหลังท้ายรถ ผมจึงเดินไปอยู่ด้านข้างรถของทหาร และมีคนเสื้อแดงที่เดินตามผมมาแล้วทหารก็ได้ยกปืนใส่คนเสื้อแดงกลุ่มคนที่ เดินตาผมมาเขาจึงได้ขึ้นไปยื้อแย่งอาวุธปืนของทหารออกจากทหาร เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อผู้ชุมนุม หลังจากนั้น ผมก็ได้กลับไปที่สถานีวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ที่อาจารชินวัตรน์ หาบุญพาด จัดรายการอยู่ กับกลุ่มอาจารชินวัตรน์ แต่หลังจากวันที่ 14 ถึงวันที่ 19 จนใด้มีเสียงแกนนำประกาศบนเวทีผมได้กับมาที่สถานีและแยกย้ายกันไปแล้วไปทำ งานตามปกติ โดยที่ตัวผมไม่รู้ตัวว่ามีรูปภาพ
พอทำงานมาจนถึงวันที่ 27 พฤษภาคมตอนบ่ายๆ ตัวผมรับประทานอาหารอยู่ข้างทางได้มีเจ้าหน้าที่เรียกชื้อผมๆ ก็หันไปมอง เขาก็ได้แสดงหมายจับแต่ไม่มี แล้วได้นำตัวผมไปที่ บ.ช.น. ที่สี่แยกพญาไท แล้วถามผมว่าใช่ผมหรือเปล่า ผมบอกว่าไม่ใช่ แล้วเขาก็เอากลุ่มคนเสื้อแดงให้ผมดูแล้วถามผมว่าเคยรู้จักหรือไม่ ผมบอกว่าไม่รู้จักเขาก็บังคับให้รู้จัก แต่ผมก็ยังยืนยันว่าไม่รู้จักเหมือนเดิม แล้วเขาก็พูดขอความร่วมมือหน่อย ถ้าไม่ให้ความร่วมมือก็จะพาไปส่งให้ทหาร ถ้าไปหาทหารก็ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นนะ ในเวลาที่พูดคุยขอความร่วมมือเขาก็บันทึกข้อความไปด้วย พอบันทึกเสร็จแล้วก็เอาบันทึกมาให้ผมพร้อมกับโยนประกาให้ผมแล้วผมก็จะเปิด บันทึกดู เขาก็ไม่ให้ดู แล้วตะคอกผมว่า เอ้าเซ็น มึงรับเซ็น ผมก็ตกใจเขาก็บังคับให้ผมเซ็น ตอนนั้นผมอยู่คนเดียวแล้วก็บอกกับเขาว่าขอติดต่อญาติ เขาก็ไม่ให้ติดต่อ แล้วเขาก็บอกมึงเซ็นเร็วๆ ผมก็เลยเซ็น พอเซ็นเสร็จก็พาผมไปแถลงข่าว
พอ แถลงข่าวเสร็จก็พาผมไปส่งที่ สน ดินแดง พอถึง สน ผมก็บอกเจ้าหน้าที่ติดต่อญาติ เขาก็ติดต่อญาติให้ผมแล้วพอเขาไปอยู่ในห้องขังประมาณสักพักหนึ่ง ญาติผมก็มา ตอนนั้นผมกับญาติติดคิดอะไรไม่ออก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเขาได้แนะนำให้ผมและ ญาติไปติดต่อที่พรรคเพื่อไทยให้เขาช่วย ญาติผมก็ไป พอไปถึงพรรคเขาก็หาทนายให้ แล้วญาติผมเขากับมาบอกผมที่ สน ดินแดงว่า พรรคเขาหาทนายให้แล้วนะ พอตกกลางคืน ไม่ทราบเวลา ก็มีเจ้าหน้าที่มาสอบผมอีกโดยที่เขาบอกผมว่าจะช้วยให้เบาลง แล้วผมก็ไม่ได้พูดอะไรเลย วันต่อมาเขาก็ส่งตัวผมฝากขังที่ศาล และก็ส่งตัวมาที่เรือนจำเลย
ในช่วงที่ผมอยู่ในเรือนจำประมาสองเดือนก็ มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอกับเจ้า หน้าที่ทหารมาชี้ตัวผมถึงสองครั้งก็ไม่ใช้ตัวเลย แล้วในเวลานั้นที่ผมอยู่ที่แดนหนึ่งได้สองอาทิตย์ก็จะจำแนกไปที่แดนแปดก็จะ ถูกเก็บยอดแน่ เพราะเขารอเก็บยอดในคดีปล้นปืนทหาร เพราะว่ามีใบสั่งมาจาก ผ.บ แดน8 เพราะว่าคนในนี้เขาบอกผมๆ ผมจึงรู้ แล้วเขาได้สั่งให้เสมียนให้ผมปั่นถ้วยยอดเต็มห้าโลครึ่งหรือเกลือบหกโล โดยที่ว่าหลังผมก็ไม่ดี เพราะผมปวดหลังแต่ผมก็ไม่กล้าไปหาหมอ กลัวทำยอดงานเสร็จ ถ้าไม่เสร็จก็โดนตรี แต่ว่าตัวผมก็อยากไป แต่ไม่มีนมจ้างงานออก พอเวลาญาติผมมาเยี่ยมที ผมก็ได้แต่ถามว่ามีเงินมาหรือเปล่าที่ผมญาติ เพราะญาติผมไม่ค้อยมีเงินมา ผมก็เลยญาติผมเอารถผมไปขายเพื่อจะได้มีเงินมาเยี่ยมผมแล้วผมญาติติดต่อทาง ทนายให้มาเยี่ยม ผมจะถามเรื่องการประกันตัวผมว่าได้หรือไม่ได้ ที่ผมให้ติดต่อทนายเพราะเห็นว่าญาติผมบอกว่าเขายื่นเรื่องประกันให้แล้ว พอทนายเขามาเขาก็บอกว่าไม่ผ่านนะ แล้วเขาก็หายไปเลย ผมถึงคิดว่าได้รับการช้วยเหลือเต็มที่ จนอยู่มาได้ครึ่งปีกว่าๆ อิมพีเรียลยื่นมือช่วยเหลือครั้งหนึ่งด้วยวงเงิน 5,000 บาทแล้วก็ได้ออกเรียกร้องให้แกนนำและพวกผม แต่ก็เป็นเหมือนชวยพวกผมแค่คำพูด แต่การกระทำไม่มี พวกผมรู้สึกน้อยใจและต้องการความช่วยเหลือย่างจริงๆ จังๆ
สิ่งที่ผมต้องการให้ช่วยเหลือก็คือของใช้และดูแลความเป็นอยู่ใน นี้บ้าง เพราะว่าครอบครัวของยากจน จึงไม่ค่อยมีเงินมาเยี่ยมผม แต่ก็ยังมีกลุ่มคนเสื้อแดงอยู่กลุ่มหนึ่งคือ กลุ่มของคุณนกแดงอยู่กลุ่มเดียวที่คอยช่วยเหลือผมและพวกมาโดยตลอด และคอยช่วยให้กำลังใจพวกผมมาโดยตลอดและเขาคอยติดตามเรื่องการประกันตัวผมและ คอยให้คะแนะนำกับแฟนผม แต่สิ่งที่ผมต้องการมากที่สุดก็คือเรื่องการประกันตัวผมมากๆ เลยครับ เพราะผมอยากออกไปช่วยเหลือครอบครัว เพราะว่าแฟนผมต้องรับภาระอยู่คนเดียวและลูกผมต้องเรียนหนังสือด้วย ผมจึงอยากจะประกันตัวไปช้วยแฟนแบ่งเบาภาระครอบครัวมากเลยครับ
(อยากให้ช้วยเรื่องประกันตัว) 
เขาชื่อ "คำหล้า ชมชื่น"
วีรบุรุษเสื้อแดง ที่กระโดดขึ้นยื้อแย่งปืนจากทหารด้วยมือเปล่าขณะทหารกำลังเล็งปากกระบอกปืนลงมาใส่ผู้ชุมนุมที่ล้อมรถเอาไว้บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง
บัดนี้เขาถูกตัดสินจำคุก 10 ปี ข้อหาปล้นอาวุธสงครามจากทหาร
วันที่ 28 ธ.ค ศาลตัดสินคดี ทหารกล่าวหาว่าชาวบ้านแถวดินแดง มือเปล่าไปปล้นปืนจากทหารที่มีอาวุธครบมือ.ห้อง 811 ศาลอาญารัชดา
และแล้ววันที่28ธ.ค ศาลได้ตัดสินคดี คำหล้า ปล้นปืน M16

10 ปี
สมศรีภรรยาคำหล้า เสื้อแดงดินแดงถูกกล่าวหาว่า
ปล้นปืนทหาร ตัดสินจำคุก 10 ปี หลังจากฟังคำตัดสินหาแล้ว แกก็นั้งร้องไห้อยู่อย่างนี้ วันนี้จะไปบอกลูกว่ายังไงดี ลูกรอคิดว่าวันนี้จะได้เจอพ่อ...........
น้องเบียร์ลูกชาย คำหล้า ชมชื่น
น้องเบียร์ พ่อของเขาอยู่ในเรือนจำ จากการโดนเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ยัดคดี ทำให้เขาต้องพลัดพรากจากพ่อของน้องเบียร์ ตอนนี้เขาอยู่กับแม่แค่สองคน แต่ใจของน้องเบียร์ ช่วยหาเงินเพื่อที่จะเอาเงินไปช่วยเหลือพ่อของน้องเบียร์และคนในเรือนจำ



น้องเบียร์จะไปช่วยกลุ่มเพื่อนนักโทษการเมืองไทยทุกครังที่ที่เป็นวันหยุด
เพื่อนนักโทษการเมืองไทยเป็นตัวแทนพ่อของน้อง
เบียร์ซึ่งถุกจับในคดีปล้นปืนทหารเป็นพ่อ
ให้น้องเบียร์1วันพาไปกินKFCและพาน้องไปเยี่ยมคุณพ่อที่เรือนจำ
น้องมือพิการตั้งแต่เกิดคุณแม่ทำงานหาเช้ากินค่ำแถมคุณพ่อยังต้องถูกจองจำในเรือนจ
ทั้งๆที่ไม่ได้กระทำความผิด....
เห็นน้องแล้วน้องเป็นคนน่าสงสารอยากให้ใครเข้ามา
นใจเด็กคนนี้บ้าง
 เลขบัญชีน้องเบียร์เอาไว้เป็นทุนเรียนละหว่างไม่มีพ่อ10ปี
 .....อีกหนึ่งชีวิตที่ตกเป็นเหยื่อของการเมืองแบบไทยๆๆ.....